แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประเทศไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประเทศไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

นางสาวไทย คนแรกของประเทศไทย

นางสาวไทย คนแรกของประเทศไทย
นาง สาวไทย คนแรกของประเทศไทย
จัดเรียงกึ่งกลาง
กันยา เทียนสว่าง คือหญิงไทยคนแรก ที่ได้รับตำแหน่ง นางสาวสยาม ซึ่งต่อมาจึงมีการเปลี่ยนชื่อตำแหน่งเป็น นางสาวไทย ในเวลาต่อมา

ประวัติ ของ นางสาวไทย คนแรกของประเทศไทย

  • เธอมี ชื่อ - สกุล จริงว่า เจียเป็งเซ็ง มีชื่อเล่นว่า ลูซิล
  • เป็นบุตรคนโต จาก 5 คน ของ นายสละ และนางสนอม
  • เธอเกิดวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2457 ที่บ้านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
  • เธอ ได้รับการสนับสนุนจากน้าชายให้เข้าประกวด นางสาวสยาม ในปี 2477 ด้วยวัย 21 ปี (ซึ่งก่อนเข้าประกวดเธอมีอาชีพเป็น ครูอยู่ใน โรงเรียนประชาบาลทารกานุเคราะห์ ) และเธอก็ได้รับตำแหน่ง นางสาวสยาม คนแรกของประเทศไทย
  • การประกวด นางสาวสยาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานฉลองรัฐธรรมนูญที่ใช้เป็นปีที่ 2
  • ส่วน ของรางวัลที่ได้รับนั้นมีดังต่อไปนี้ มงกุฎ ทำด้วยผ้ากำมะหยี่ปักดิ้นเงิน ประดับโครงเงินและเพชร , ขันเงินสลักชื่อ "นางสาวสยาม ๗๗" , ล็อกเก็ตห้อยคอทองคำ , เข็มกลัดทองคำลงยา อักษรว่า "รัฐธรรมนูญ ๗๗" และ เงินสด 1,000 บาท
  • ภายหลังพ้นจากตำแหน่ง ได้เข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่หอสมุดแห่งชาติ ได้พบกับ ด็อกเตอร์สุจิต หิรัญพฤกษ์ ที่ทำงานอยู่กระทรวงต่างประเทศ และแต่งงานกันเมื่อ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2486
  • หลังจากแต่งงาน มีบุตร ธิดาด้วยกัน 5 คน
  • เธอป่วยเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก และเสียชีวิตลง เมื่อ วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2503 ในวัย 46 ปี
ข้อมูลอ้างอิง นางสาวไทย คนแรกของประเทศไทย

  • http://th.wikipedia.org/wiki/กันยา_เทียนสว่าง


วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553

รอยสัก ยันต์ ( Thai Tattoos )

รอยสัก ยันต์ ( Thai Tattoos )
ยันต์
เส้นที่ขีดลากไปมานอกยันต์นั้น หมายถึง "สายรกของพระพุทธเจ้า" ส่วนเส้นที่อยู่ภายในยันต์ เรียกว่า "กระดูกยันต์" ยันต์มีหลายแบบต่างๆ กันไป เช่น
  • ยันต์กลม มีความหมายว่าเป็นพระพักตร์ของพระพุทธเจ้า ทางศาสนาพราหมณ์ หมายถึงพระพักตร์ของพระพรหม
  • ยันต์สาม เหลี่ยม มีความหมายว่าเป็นพระรัตนตรัย หรือภพทั้งสาม ส่วนทางศาสนาพราหมณ์ให้ความหมายว่าเป็นพระเป็นเจ้าทั้ง 3 ของพราหมณ์ คือ พระอิศวร พระพรหม พระนารายณ์
  • ยันต์สี่เหลี่ยม มีความหมายว่าเป็นทวีปทั้งสี่ หรือธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ
  • ยันต์รูปภาพ มีทั้งรูปภาพ เทวดา มนุษย์ และสัตว์ต่างๆ ส่วนความหมายก็อยู่ในตัวของรูปภาพนั้นๆ
การลงยันต์หรือการเขียนยันต์นั้นจะใช้อักขระขอม ซึ่งเขียนเป็นตัวย่อของพระคาถาแต่ละบท เพราะหากเขียนพระคาถาลงไปในยันต์ทั้งหมดเนื้อที่คงไม่พอ จึงใช้อักขระย่อ ส่วนตัวเลขที่อยู่ในยันต์ก็ย่อมาจากอักขระของพระคาถา ข้อควรระวังในการลากเส้นยันต์นั้นควรลากทีเดียวให้ตลอดไม่ใช่ลากแล้วหยุด หากลากแล้วหยุดถือว่ายันต์นั้นใช้ไม่ได้ ต้องใช้คาถาหรือสูตรในการต่อเส้นยันต์นั้นใหม่ยันต์นั้นจึงจะใช้ได้ และการลงอักขระให้ระวังอย่าลงอักขระทับเส้นยันต์เพราะจะทำให้ยันต์นั้นใช้ไม่ได้ ท่านเรียกว่าเป็นยันต์ตาบอด การลงยันต์หรือการเขียนยันต์หากยันต์นั้นมีคาถาหรือสูตรกำกับไว้ผู้เขียนจะต้องภาวนาคาถานั้นไปด้วยพร้อมกันการลงยันต์ ฉะนั้นจึงต้องใช้สมาธิสูง ส่วนขั้นตอนและวิธีการลงยันต์พร้อมทั้งสูตรต่างๆ ยังมีอีกมากครับ คลิกที่นี่ครับเพื่ออ่านรายละเอียดสูตรและคาถาเวลาเขียนยันต์

คลัง ภาพยันต์


ยันต์รัตนตรัย
ยันต์รัตนตรัย ความหมาย ความเชื่อ ชนะศัตรู เมตตามหานิยม

ยันต์พุทธคุณ
ยันต์พุทธคุณ ความหมาย ความเชื่อ คุ้มกันสารพัดภัย แคล้วคลาดจากอันตราย

ยันต์มหาศิริมงคล
ยันต์มหาศิริมงคล ความหมาย ความเชื่อ เป็นมงคลยิ่งนัก และคุ้มภัยอันตรายทั้งปวง

ยันต์ยอดมงกุฎด้านหน้า ยันต์ยอดมงกุฎด้านหลัง
ยันต์ยอดมงกุุฎ ความหมาย ความเชื่อ แคล้วคลาด จากอันตรายทั้งปวง (ซ้ายยันต์ยอดมงกุฎด้านหน้า ส่วนขวาเป็นด้านหลัง)

ยันต์บารมีพระพุทธเจ้า
ยันต์บารมีพระพุทธเจ้า ความหมาย ความเชื่อ กันภูตผี ปีศาจ ป้องกันอันตรายทั้งปวง

ยันต์มหาสาวัง
ยันต์มหาสาวัง ความหมาย ความเชื่อ กัน และแก้สารพัดโรคภัย อันตราย

ยันต์เมตตามหานิยม
ยันต์เมตตามหานิยม ความหมาย ความเชื่อ เป็นเมตตามหานิยม เป็นเสน่ห์ทำให้คนรัก

ยันต์มหาอุดด้านหน้า ยันต์มหาอุดด้านหลัง
ยันต์มหาอุด ความหมาย ความเชื่อ คงกระพันชาตรี เมตตามหานิยม (ซ้ายยันต์มหาอุดด้านหน้า ขวาด้านหลัง)

ยันต์ห้ายอด
ยันต์ห้ายอด ความหมาย ความเชื่อ คุ้มกันภัย และอันตรมายทั้งปวง

ยันต์การะเวก
ยันต์กา ระเวก ความหมาย ความเชื่อ ใช้ในทางเมตตามหานิยม เป็นเสน่ห์วิเศษดียิ่งนัก เวลาเข้าไปหาใครก็ตาม เช่น ไปสมัครงาน นัดสัมภาษณ์ นักร้อง นักแสดง นักเทศน์ วิเศษยิ่งนัก

ยันต์ตะกรุดมหาระงับ
ยันต์ตะกรุดมหาระงับ ความหมาย ความเชื่อ เป็นยันต์นะจังงัง ยิง ฟัน แทงไม่เข้า

ยันต์ตะกรุดโทน
ยันต์ตะกรุดโทน ความหมาย ความเชื่อ กันอันตรายจากอาวุธทุกชนิด

ยันต์อาวุธทั้งสี่
ยันต์อาวุธทั้งสี่ ความหมาย ความเชื่อ กันสารพัดภูตผี ปีศาจ ถอนแก้คุณไสยทุกอย่าง

ยันต์โภคทรัพย์
ยันต์โภคทรัพย์ ความหมาย ความเชื่อ ใส่ไว้ในกระเป๋าเงิน ทำให้เงินพอกพูนเพิ่มขึ้น

ยันต์พญาหงส์ทอง
ยันต์พญาหงส์ทอง ความหมาย ความเชื่อ เมตตามหานิยม เป็นเสน่ห์ ทำให้ทุกคนรัก

ยันต์พญาราชสีห์
ยันต์พญาราชสีห์ ความหมาย ความเชื่อ คนเกรงขาม เป็นตบะเดชะ มีอำนาจ

ยันต์พญาเสือ
ยันต์พญาเสือ ความหมาย ความเชื่อ คนเกรงขาม เดินป่าป้องกันสัตว์ร้าย

ยันต์พญาหนุมาน
ยันต์พญาหนุมาน ความหมาย ความเชื่อ อยู่ยงคงกระพัน เมตตามหานิยม

ยันต์ท้าวเวสสุวรรณ
ยันต์ท้าวเวสสุวรรณ ความหมาย ความเชื่อ กันภูตผี ปีศาจทุกชนิด กันและแก้คุณไสย

ยันต์นางกวัก
ยันต์นางกวัก ความหมาย ความเชื่อ สำหรับค้าขายให้มีกำไรดี ร่ำรวยเงินทอง

ยันต์พระเจ้าเปล่งรัศมี
ยันต์พระเจ้าเปล่งรัศมี ความหมาย ความเชื่อ ไปไหนนำติดตัวไปด้วยทำให้คนรักคนหลง

ยันต์พุฒซ้อนหรือยันต์พระเจ้าห้าพระองค์
ยันต์พุฒซ้อน หรือ ยันต์พระเจ้าห้าพระองค์ ความหมาย ความเชื่อ เป็นยันต์ที่โด่งดังมากมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นมหายันต์สูงสุดกว่ายันต์ทั้งปวง อุปเทห์ใช้ได้ สารพัดประโยชน์ โดยเฉพาะยันต์พุฒซ้อนได้นำมาใช้ในการลงนะหน้าทอง เมตตามหานิยม โชคลาภ ทำให้ผู้ใหญ่เมตตา ต้องการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง เป็นมหาเสน่ห์รุนแรง

ยันต์กันสะกด
ยันต์กันสะกด ความหมาย ความเชื่อ กันอันตรายจากโจร ผู้ร้าย

ยันต์เสริมดวงหรือยันต์ห้าแถว
ยันต์ หนุนดวง หรือ ยันต์โภค ทรัพย์ 5 แถว ความหมาย ความเชื่อ เป็นอักขระขอมโบราณ 5 แถว ความยาว 7 นิ้ว กว้าง 2 นิ้วครึ่ง โดยแถวแรกเป็นคาถาเมตตามหานิยม แถวที่ 2 เป็นคาถาหนุนดวงชะตา แถวที่ 3 เป็นคาถาแห่งความสำเร็จ แถวที่ 4 เป็นคาถาราศีประจำตัว และแถวที่ 5 เป็นคาถามหาเสน่ห์ และแต่ละแถวจะมีพระปิดตา ช่วยเปิดช่องทางในการทำธุรกิจ คอยหนุนเรื่องการค้าให้ก้าวหน้า มั่นคงยิ่งขึ้น ถ้าคนดวงไม่ดี การสักต้องสักเป็นยันต์หนุนดวง หรือ ยันต์โภคทรัพย์ 5 แถว เพราะถือว่าเป็นยันต์คุณพระ ที่มีพลังอานุภาพครอบคลุมทุกด้าน และสามารถที่จะเกื้อหนุนดวงที่ตกต่ำให้โดดเด่นขึ้นมาได้

ยันต์เก้ายอด
ยันต์เก้ายอด ความหมาย ความเชื่อ ของยันต์หมายถึงคุณวิเศษของพระพุทธเจ้าทั้ง 9 ประการ ซึ่งแสดงให้เห็นในรูปของยอดแหลมทั้ง 9 ยอด ลายสักยันต์นี้ดีในการป้องกันศาสตราวุธทั้งหลาย

ยันต์หนุมานตัวเก้า
ยันต์หนุมานตัวเก้า ความหมาย ความเชื่อ เหมาะสำหรับอาชีพ ราชการ ตำรวจ หรือองครักษ์เพื่อส่งเสริมให้การงานเจริญก้าวหน้า

ยันต์ชูชก
ยันต์ชู ชก ความหมาย ความเชื่อ ชายแก่ที่แบกถุงเงินบนบ่า ชื่อเขาคือชูชก เริ่มแรกเขาเป็นขอทาน ต่อมาเขากลายเป็นเศรษฐี ลายสักนี้ดีต่อการค้าและทุกท่านที่ต้องการความร่ำรวย

ยันต์แปดทิศ
ยันต์แปดทิศ ความหมาย ความเชื่อ ความเชื่อ ยันต์แปดทิศ มีสรรพคุณ ทางด้านเมตตา อยู่ยงคงกะพัน คุ้มคองทิศทั้งแปด

ยันต์พญากาน้ำ
ยันต์พญากาน้ำ ความหมาย ความเชื่อ มีไว้ค้าขายทางน้ำ

ข้อมูลอ้างอิง ยันต์

http://thai-magictattoo.spaces.live.com/
http://www.bp.or.th/webboard/index.php?topic=1485.0
http://www.mahamodo.com/modo/cabalistic_writing/cabalistic_writing_menu.asp
http://www.baanmaha.com/community/archive/index.php/t-26038.html


ใคร ได้รับเงินเดือน สูงที่สุดในประเทศไทย ?

ใคร ได้รับเงินเดือน มากที่สุดในประเทศไทย

เฉลย นายประชัย เลี่ยวไพรัช อดีตผู้บริหารบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ซึ่งขณะนั้นได้รับเงินเดือนสูงถึง 2,666,580 บาท

10 อันดับ ผู้ที่มี เงินเดือนสูงที่สุดในประเทศไทย

  • อันดับ 10 คุณ บัณฑูร ล่ำซ่ำ นายธนาคาร กสิกรไทย ได้รับเงินเดือน 1,191,777 บาทต่อเดือน
  • อันดับ 9 คุณ มาเชลลีนัส ไซมอน เฮนดริกัส ผู้บริหาร ของ ปูนซิเมนต์นครหลวงหรือปูนอินทรีย์ ได้รับเงินเดือน 1,194,167 บาทต่อเดือน
  • อันดับ 8 คุณ ลินดา ลีสหะปัญญา ผู้บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎษ์ ได้รับเงินเดือน 1,268,241 บาท
  • อันดับที่ 7 คุณ แอริค มาร์ค เลอวีน ผู้บริหารฟิตเน็ต แคลิฟอร์เนีย ว้าว ฟิตเน็ต ได้รับเงินเดือน 1,283,380 บาทต่อเดือน
  • อันดับ 6 คุณ ปลิว มังกรกนก ผู้บริหารธนาคาร ทิสโก้ ได้รับเงินเดือน 1,334,287 บาทต่อเดือน
  • อันดับ 5 คุณ ชาติศิริ โสภณพนิช ผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ ได้รับเงินเดือน 1,363,106 บาทต่อเดือน
  • อันดับ 4 ดร. วิชิต สุรพงษ์ชัย ผู้บริหารธนาคารไทยพานิชย์ ได้รับเงินเดือน 1,369,167 บาทต่อเดือน
  • อันดับ 3 คุณ มนตรี ศรไพศาล ผู้บริหารของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ กิมเฮง (ประเทศไทย) ได้รับเงินเดือน 1,424,722 บบาทต่อเดือน
  • อันดับ 2 คุณ บุญคลี ปลั่งศิริ ผู้บริหาร บริษัทชินคอร์ป ได้รับเงินเดือน 1,498,571 บาทต่อเดือน
  • อันดับ 1 คุณ นายประชัย เลี่ยวไพรัช อดีตผู้บริหารบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ได้รับเงินเดือนสูงถึง 2,666,580 บาท

หมายเหตุ เป็นข้อมูล ของปี 2552
ข้อมูลอ้างอิง ใคร ได้รับเงินเดือน สูงที่สุดในประเทศไทย ?

  • กรุงเทพธุรกิจ บิสวีด ,เอ็มไทย.คอม
  • http://blog.eduzones.com/rangsit/27554


ปรากฏการณ์ประหลาด อึ่งอาง ระเบิด

อึ่งอางระเบิดตูม

เมื่อ พูดถึง อึ่งอาง หนึ่งในลักษณะเด่นของพวกมันก็คือ การพองตัว แต่ ถ้าแค่นี้มันคงไม่เป็นเรื่องราวประหลาดอะไร แต่ถ้าพวกมันไม่ พองตัวจนตัวระเบิด เครื่องนงเครื่องในแตกกระจาย กระเด็นไปไกลเป็นเมตรๆ

รายละเอียดเกี่ยวกับ อึ่งอางระเบิด

  • เรื่องราว อึ่งอางระเบิด ตกเป็นข่าวกระจายไปทั่วเมื่อราวเดือนเมษายน 2005
  • เมื่อมีผู้พบเห็น อึ่งอาง ที่ Altona ในเมือง ฮัมบูรค์(Hamburg) ประเทศเยอรมัน พองตัวจนตัวระเบิด เครื่องในกระจายไปไกลเป็นเมตร
  • จนบริเวณทะเลสาบที่เป็นที่อยู่ของ อึ่งอาง ถูกขนานนามว่า Tümpel des Todes ในภาษาเยอรมัน (Pool of Death หรือ บึงแห่งความตาย)
  • โดยปรากฏการณ์ประหลาดนี้ จะเกิดขึ้นถี่ในช่วงเวลา ตีสอง ถึง ตีสาม
  • พยานที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เห็นอึ่งอางขยายตัวขึ้นถึง 3.5 เท่ากว่าช่วงปกติ ก่อนที่จะระเบิดเป็นจุล และหลังจากระเบิดพวกมันยังมีชีวิตอยู่อีกเป็นระยะเวลาสั้น
  • นาย Werner Smolnik นักเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ระบุว่ามี จำนวนอึ่งอางที่ระเบิด ตายมากถึง 1000 ตัว ในช่วงเวลา 2-3 วัน
  • สัตว์แพทย์ นามว่า Franz Mutschmann ได้ทราบถึงเรื่องราวประหลาดนี้จึงได้เข้า เก็บรวบรวมเศษซากของเหล่าอึ่งอางที่ระเบิด เพื่อทำการชันสูตร เพื่อหาเงือนงำของ ปรากฏการณ์ประหลาดนี้
  • Franz Mutschmann ได้สร้างสมติฐานของปรากฏการณ์ประหลาดนี้ว่าเชื่อมโยงกับ อีกา กับ ลักษณะการป้องตัวของอึ่งอาง
  • โดย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อมีการเพิ่มขึ้นของอีกาในพื้นที่ โดยเขาบอกว่า อีกานั้นเป็นสัตว์ที่ฉลาด และชอบกิน ตับอึ่งอาง แต่ไม่กินอึ่งอางทั้งตัวเนื่องจากอึ่งอางเป็นสัตว์มีพิษ อีกาจึงค้นคิดวิธีกินตับกบ โดย
  • อีกาจะใช้จงอยปากจิก อึ่งอางผ่านผิวหนัง บริเวณระหว่างช่องอก กับช่องท้อง ดึงเอาตับออกไปอย่างเดียว
  • เมื่อ อึ่งอางถูกโจมตี ปฏิกริยาป้องกันตัวของอึ่งอางจะทำงานโดยอัตโนมัติ คือ พวกมันจะพองตัว แต่เนื่องจากบาดแผลที่ถูกจิก และตับที่หายไป ทำให้หลอดเลือดของอึ่งอาง และปอดของมันแตกออก นำไปสู่การระเบิด
  • บ้างก็ว่าเกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรือเชื้อรา แต่จากการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการณ์ก็ไม่พบการติดเชื้อใด ในซากอึ่งอาง
ข้อมูลอ้างอิง

  • http://en.wikipedia.org/wiki/Exploding_animal

กบมีกระเป๋า

ออสเตรเลีย ทวีปแห่งสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้อง เชื่อหรือไม่ว่า ไม่เว้นแม้แต่กบ ก็มี กระเป๋ากับเขาด้วยเหมือนกัน แต่เป็นกระเป๋ากางเกง แทนกระเป๋าหน้าท้องซะงั้น

รายละเอียดเกี่ยวกับ กระมีกระเป๋า

  • กบมีกระเป๋า (Pouched Frog) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Assa darlingtoni
  • กบ มีกระเป๋า เป็นกบบก ที่อาศัยหลบอยู่ใต้ขอนไม้ ใบไม้ ในป่าฝนในภูเขาทางตะวันออกเฉียงใต้ ของรัฐควีนส์แลนด์(Queensland) และทางเหนือของ รัฐนิวเซาทเวลส (South Wales) ของประเทศ ออสเตรเลีย
  • กบมีกระเป๋า เป็น กบ สายพันธุ์เดียวในสกุล(Genus) Assa
  • กบมีกระเป๋าเป็นกบขนาดเล็กมีความยาวประมาณ 2.5 เซ็นติเมตร มีสีน้ำตาลแดง มีจุดสีน้ำตาลอ่อน บนหลัง มีรูปร่างเป็นตัว V
  • แต่ สิ่งที่แปลกประหลาดคือ ที่เอวทั้งสองข้างของกบมีกระเป่า จะมีช่องที่มีลักษณะคล้ายกระเป๋า ที่มีสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยของลูกอ๊อด หลังจากฟักออกมาจากไข่
  • กบมีกระเป๋า สามารถผสมพันธุ์ครั้งแรกเมื่อมีอายุ 2 - 3 ปี โดยกบตัวเมียจะวางไข่ 1 - 50 ฟอง/ปี
  • โดยกบตัวเมียจะสร้างรัง ไว้ใต้ขอนไม้ หรือใบไม้ และวางไข่(บนบก) โดยกบทั้งตัวผู้ และตัวเมียจะช่วยกันปกป้องรังที่วางไข่
  • เมื่อ ลูกอ๊อดฟักออกมาจากไข่จะย้ายเข้าไปอาศัยอยู่ในกระเป๋าบริเวณเอว ของ กบตัวผู้ ลูกอ๊อดเหล่านี้สามารถอาศัยอยู่ในกระเป๋าโดยไม่ต้องง้อน้ำ
  • ภาพจั่วหัวจะเห็น เส้นสีขาวขุ่นที่ข้างขากบ คือ หางของลูกอ๊อดที่โผล่ออกมาจากกระเป๋า ของ พ่อกบ
ข้อมูลอ้างอิง


ก้อนอะไร?

สิ่ง ที่เห็นนี้หากมองผ่านอาจจะนึกว่าเป็นก้อนเนื้อ หนึ่งก้อน มันคือกบที่มีรูปร่างป้อม เตี้ย อ้วน ไม่เหมือน กบ เอาซะเลย ที่มีชื่อว่า กบเต่า

รายละเอียดเกี่ยวกับ กบเต่า

  • กบเต่า(Turtle frog ) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Myobatrachus gouldii
  • กบเต่า เป็น กบเพียง กบ เพียงสายพันธุ์เดียวใน ในสกุล(genus) Myobatrachus
  • กบเต่า เป็น กบที่มีรูปร่างแปลกไม่เหมือนกบทั่วไป คือ เป็นกบที่มีหัวเล็กสั้น ขาสั้น มีร่างกายกลม มีความยาวประมาณ 4.5 เซ็นติเมตร
  • กบ เต่า มีถิ่นที่อยู่อาศัย ระหว่าง Geraldton กับ แม่น้ำFitzgerald ใน เมืองเพิร์ธ(Perth) ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งในบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่กึ่งแห้งแล้ง
  • กบเต่า ได้ปรับตัวเขากับถิ่นที่อยู่อาศัย คือพัฒนากล้ามเนื้อขาให้ใหญ่แต่สั้นป้อม เพื่อใช้ในการขุดดิน ขุดทราย แต่ การขุดของ กบเต่านั้นไม่เหมือนกบทั่วๆไป ที่จะขุดถอยหลังเพื่อใช้ในการฝังตัวลงในโคลนเพื่อซ่อนตัว
  • แต่ กบเต่า ใช้การขุดเดินหน้า เพื่อใช้ขุดทะลวงสู่ จอมปลวก เพื่อจับปลวกกินเป็นอาหาร
ข้อมูลอ้างอิง กบเต่า


กบม่วง

กบม่วง นะ ไม่ใช่ กบดำ กบแดง (ตาใครแล้วรีบๆจั่ว เก่งไม่กลัวกลัวช้า!) แน่นอนเมื่อเห็นรูปก็ต้องรู้ว่าที่มาของชื่อพวกมันแน่นอน

รายละเีอียดเกี่ยวกับ กบม่วง

  • กบม่วง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า sahyadrensis Nasikabatrachus
  • เป็น กบ ที่พึ่งมีการค้นพบเมื่อเดือนตุลาคม 2003 นี้เอง และพบเฉพาะที่ ทางตะวันตกของ Ghats ใน อินเดีย เท่านั้น
  • พวกมันรู้จักกันในชื่อว่า กบม่วง(Purple Frog) และกบจมูกหมู(Pignose Frog) อู๊ดๆ
  • กบม่วงมีร่างกายที่ค่อนข้างกลม ขากางออก มีหัวเล็ก จมูกแหลมยื่นยาว ตาเล็ก
  • กบม่วงยังมีเสียงร้องประหลาด คือ ร้องเหมือนเสียงไก่
  • กบม่วงใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ใต้ดิน จะขึ้นสู่ผิวเดินเพียงปีละประมาณ 2 เดือนในช่วงหน้าฝนเพื่อการผสมพันธุ์
  • การที่พวกมันใช้ชีวิตอยู่ใต้ดินทำให้ อาหารหลักของพวกมันคือ ปลวก โดยใช้ลิ้นจับปลวกกิน เป็นอาหาร
ข้อมูลอ้างอิง



คางคกประหลาด ออกลูกเป็นตัว

หากพูดถึงสัตว์ในตระกูล คางคก พวกมันทั้งหมดออกลูกเป็นไข่ ยกเว้นเพียงสายพันธุ์ Nectophrynoides เท่านั้นที่ออกลูกเป็นตัว

รายละเอียด

  • พวก มันเป็นคางคกเฉพาะถิ่นพบได้ที่ เทนซาเนีย(Tanzania) เท่านั้น โดยคางคกบางสายพันธุ์ที่พบในเทนซาเนีย นั้นมีลักษณะเฉพาะที่หาที่ไหนไม่ได้ คือ ออกลูกเป็นตัว คือ คางคกสายพันธุ์ Nectophrynoides viviparous
  • พวกมันเป็นคางคกบก ที่อาศัยอยู่ตามป่าไผ่ ทุ่งหญ้าบริเวณชายป่า
  • เนื่อง จากออกลูกเป็นตัว ทำให้พวกมันใช้การสืบพันธุ์ภายใน คือ เกิดการปฏิสนธิภายในร่างกาย แทนที่จะใช้การปฏิสนธิภายนอก(การปฏิสนธิภายนอก คือ ตัวเมียวางไข่ในน้ำ หรือตามพื้นดิน ใบไม้ ใบหญ้า ฯ แล้วผสมกับน้ำเชื้อของตัวผู้ภายนอกร่างกาย เหมือน ดั่งกบ และคางคกทั่วไป)
  • แต่ สำหรับ คางคกNectophrynoides viviparous พ่อคางคกจะผสมพันธุ์กับตัวเมีย ผ่านอวัยวะเพศผู้ผ่านอวัยวะเพศเมีย โดยตัวเมียจะฟักใข่ เลี้ยงลูกอ๊อต ภายในร่างกายของตัวเมีย และถือกำเนิดลูกคางคกออกมาเป็น คางคกน้อย โดยข้ามขั้นตอนการ ลูกอ๊อต ไป
  • แต่จุดเด่น และแลดูแปลกประหลาดที่สุดพวกมันคือ ปุ่มสีสดใสตามตัวของพวกมัน
ข้อมูลอ้างอิง


อสูรเขียว แห่ง บึงหลังบ้าน

กบ สัตว์ตัวเล็กๆ ที่เราเห็นว่าดูไม่มีพิษไม่มีภัยใดๆ กับ เรา(ไม่นับรวมกบพิษ ต่างๆ) ก็เนื่องจากมนุษย์มีขนาดใหญ่โตเกินกว่าที่พวกมันจะกลืนลง กระเพาะ แต่ สำหรับสิ่งมีชีวิตที่ตัวเล็กกว่าพวกมันแล้ว พวกมันกินทุกอย่างที่เห็น ทั้ง นก หนู งู แมงป่อง แมงมุม ทุกอย่างที่เล็กและเคลื่อนไหวได้นั้นไม่ปลอดภัย เมื่ออยู่ต่อหน้าลิ้นเหนียวๆ ของ พวกมัน

รายละเอียด

  • เนื่องด้วย พฤติกรรมในการกินของพวกมัน ที่จะจับกินทุกสิ่งอย่างที่มีขนาดเล็กกว่าพวกมัน ที่เคลื่อนไหวได้
  • กบ มีฟันเฉพาะกรามบน ฟันนี้มีหน้าบดอาหาร ฟันไม่แข็ง หรือแหลมคมพอที่จะใช้ในการล่าเหยื่อ หรือกัดให้เกิดบาดแผลรุนแรง จนเหยื่อเสียชีวิต
  • เนื่องจากนิสัยที่กินไม่เลือก ทำให้บางครั้งมันกินสิ่งที่ไม่สามารถย่อย กินสิ่งที่มีพิษ กินสิ่งที่ทำให้ก่อเกิดความระคายเคื่องในกระเพาะ เข้าไป
  • สำหรับมนุษย์เรานั้นก็มีวิธีแก้ไขเหตุการณ์ดังกล่าวโดยการอาเจียนอาหารเหล่านั้นออกมา แต่กบมีวิธีอ๊วก ที่เราคาดไม่ถึง
  • มนุษย์อ๊วกเฉพาะอาหารออกมา แต่ กบ อ๊วกเอาอาหารออกมา พร้อมกับเครื่องใน ของมันออกมาด้วย
  • เมื่ออ๊วกพลิกกระเพาะออกมากองอยู่นอกร่างกาย พวกมันยังใช้ขาหน้าทำความสะอาด กระเพาะ เป็นการล้างท้องไปในตัวอีกต่างหาก
  • หลังจากล้างกระเพาะจนสะอาดเอี่ยม พวกมันก็จะกลืนกระเพาะกับเข้าไปทางปาก เหมือนปกติ
  • โดยไม่บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต แต่อย่างไร
  • หากไม่เห็นภาพ โปรดดู คลิปวีดีโอข้างล่าง รับรองว่าสุดยอดสยองทีเดียว

อันนี้เป็นกบสีน้ำเงินแอฟริกา กินหนูเข้าไปทั้งตัว


อันนี้ภาพจริง ดูว่าพวกมันกินทุกอย่างจริง ไม่เว้นแม้แต่หลอดไฟ


มหัศจรรย์จากน้ำยางพารา

มหัศจรรย์จากน้ำยางพารา

รศ.รพีพรรณ วิทิตสุวรรณกุล ผู้ค้นพบสารเบต้ากลูแคนในน้ำยางพารา
มหาวิทยาลัยสงขลานรินทร์พบความมหัศจรรย์จากน้ำยางพารา อีกครั้ง สารเบต้ากลูแคนกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ชะลอเหี่ยวช่วยให้ผิวกระชับอย่างเหลือเชื่อ
มหาวิทยาลัยสงขลานรินทร์พบความมหัศจรรย์จากน้ำยางพาราอีก ครั้ง โดยพบมีสารเบต้ากลูแคนกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ชะลอเหี่ยวช่วยให้ผิวตึงกระชับอย่างเหลือเชื่อ  TCELS หนุนเต็มที่หลังพบมูลค่าตลาดแอนตี้เอจจิ้งทั่วโลกสูงถึงปีละ 2.3 ล้านล้านบาท
หลังประสบความสำเร็จจากการส่งครีมหน้าขาวจากน้ำยางพาราสุด ยอดนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ออกสู่ตลาด มีกระแสตอบรับจากประชาชนอย่างท่วมท้น ล่าสุดทีมนักวิจัยจาก คณะวิทยาศาสตร์นำโดยรศ.ดร.รพีพรรณ วิทิตสุวรรณกุล เตรียมผลักดันผลิตภัณฑ์ชะลอวัย ออกสู่ตลาดอีกครั้ง โดยยึดคอนเซ็ปต์เดิมคือใช้สารสกัดจากน้ำยางพาราที่มีสารซุปเปอร์แอนตี้ออกซิแดนท์สูง สามารถชะลอความชราอย่างได้ผล

ดร.รพีพรรณ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวขาวจากซีรั่มน้ำยางพารา หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในนามครีมหน้าขาวจากน้ำยางพารานั้น ในกระบวนการของการผลิตสารสกัดดังกล่าว มีส่วนของชีวเคมีที่สามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกอย่างน้อย 3 ชนิดคือ เอนไซม์กลุ่ม ไฮโดรเลส (Hydrolases) กลูเคเนส (Glucanase) และ ไคติเนส (Chitinase) ที่มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายผนังของยีสต์ ทำให้เกิดสารใหม่เรียกว่าเบต้ากลูแคนที่มีทั้งโมเลกุลใหญ่และเล็ก มีคุณสมบัติกระตุ้นการทำงานของเซลล์ให้ทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย

โดยโมเลกุลใหญ่นั้น เมื่อรับประทานเข้าไปสามารถย่อยสลายได้โดยน้ำย่อยในร่างกาย ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายดีขึ้น ทำให้ร่างกายแข็งแรงดูอ่อนกว่าวัย ส่วนโมเลกุลเล็ก มีการนำไปใช้ประโยชน์ในการกระตุ้นเซลล์ของผิวหนัง เมื่อนำไปใส่ในเครื่องสำอางชั้นสูง จะเกิดผลในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันผิวหนังและกระตุ้นการสร้างใยคอลลาเจนใน เซลล์ช่วยให้ผิวดูตึงกระชับ

นายจรัญ จักรวาลชัยศรี รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย (TCELS) กล่าวว่า จากข้อมูลทางการตลาดพบว่า ในปี 2007 ตลาดแอนตี้เอจจิ้งทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวนั้นมีมูลค่าการตลาดสูงถึง 65.7 พันล้านเหรียญ หรือ ประมาณ 2.3 ล้านล้านบาท

ซึ่ง TCELS ได้เคยให้การสนับสนุนโครงการผลิตครีมหน้าขาวจากน้ำยางพาราของมหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์มาแล้ว และได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดีเรื่องประสิทธิภาพของครีม จึงมีความเห็นว่าควรจะสนับสนุนโครงการระยะสองต่อไป โดยได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำคำของบประมาณ จากสำนักงบประมาณ เพื่อขอสนับสนุนการวิจัย
คาดว่าจะใช้งบประมาณในการดำเนินการทั้งสิ้น 10 ล้านบาท ต่อยอดองค์ความรู้ที่มีอยู่แล้ว เพื่อขยายปริมาณการผลิตสู่การจำหน่ายต่อไป


ยางพารา ขุมทองเกษตรกรเมืองจันท์


ปีทองสวนยางพาราจังหวัดจันทบุรี เกษตรกรสร้างรายได้เป็นกอบกำ จากปัจจัย 2 สิ่ง เพราะอยู่ในจังหวะที่กำลังย่างเข้าสู่ฤดูหนาวทำให้ได้ผลผลิตมาก สามารถตอบสนองดีมานด์ตลาดโลกที่ราคาพุ่งสูงเป็นประวัติศาสตร์ 119 บาท/กิโลกรัม วางแผนอนาคตฝ่าข้อจำกัดด้านขยายพื้นที่มาเน้นต่อยอดด้านยางพาราครบวงจร
     
       ประพจน์ ราชนิยม ผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จังหวัดจันทบุรี กล่าวกับ “ ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์ ” ถึงสถานการณ์การทำสวนยางพาราของจังหวัดจันทบุรีว่า ภาพรวมผลผลิตยางพาราในประเทศไทยลดลง เนื่องจากผลผลิตยางพาราจากภาคใต้แหล่งใหญ่ในประเทศ เผชิญกับปัญหาอุทกภัย ได้ส่งผลกระทบพื้นที่สวนยางเสียหายจำนวน 2แสนไร่ รวมทั้งปัจจัยทางด้านสภาพอากาศในพื้นที่มีฝนชุกระยะนี้ส่งผลทำให้ผลิตลดลง ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สวนยางพาราของจังหวัดจันทบุรีไม่มีน้ำท่วม ไม่ได้รับความเสียหาย และยังเป็นความโชคดีอย่างมากของชาวสวนยางที่อยู่ในจังหวะที่กำลังย่างเข้า สู่ฤดูหนาว ส่งผลให้รายได้การกรีดยางของเกษตรกรชาวสวนยางจันทบุรีในระยะนี้ได้น้ำยางอ ย่างเป็นกอบเป็นกำ ทั้งยังเป็นปีทองที่ราคายางพารา 119 บาท ซึ่งถือว่าสูงมากเป็นประวัติศาสตร์อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
     
       ความเสียหายของสวนยางทางภาคใต้ หลังหมดอุทกภัยแล้วเมื่อคืนสู่ปรกติ ต้องมีการฟื้นฟูปลูกต้นยางพาราใหม่ ซึ่งทำให้เกษตรกรเสียโอกาสขาดรายได้ไปช่วงนี้ นั่นเพราะต้องอาศัยระยะเวลาจนกว่าจะให้ผลผลิตอีกนั้นใช้เวลาถึง 7 ปี ซึ่งจะให้ผลผลิตในอนาคตได้ กลไกราคายางพาราขึ้นกับดีมานด์ และซัพพลาย ซึ่งแนวโน้มมีการคาดการณ์ ดีมานด์ยางพาราจะมีการใช้มากขึ้น โดยเฉพาะในโลกของอุตสาหกรรมรถยนต์ขายดีทั่วโลกใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบมาก เห็นได้จากความเคลื่อนไหวของภาครัฐ รวมถึงกลุ่มนายทุน ที่ตอบรับกระแสความต้องการยางพาราของตลาดโลกของประเทศไทย มีการขยายพื้นที่การปลูกยางพาราขยายขึ้นไปที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และในต่างประเทศ คือ ลาว พม่า และเวียดนาม
     
       การขยับขยายพื้นที่การปลูกยางพาราในจังหวัดจันทบุรี เพื่อตอบรับกับกระแสยางพาราตลาดโลกนั้น แม้ว่าการปลูกยางพาราในภาคตะวันออก ซึ่งเคยได้ชื่อว่า เป็นแหล่งที่มีการปลูกยางพารามากเป็นอันดับสองในประเทศรองจากพื้นที่ภาคใต้ แต่ปัจจุบันเสียตำแหน่งให้ภาคอีสาน เพราะมีปัจจัยสนับสนุนทางภาคอีสานมีพื้นที่สำหรับขยายการปลูกมากกว่า โดยในปัจจุบันนั้นจังหวัดมีพื้นที่ปลูกยางพารา เป็นอันดับ 2 ในภาคตะวันออกรองจากระยอง โดยตัวเลขที่เกษตรมีการขึ้นทะเบียนกว่า 4 แสนไร่
     
       ปัจจุบันแหล่งใหญ่ของพื้นที่การปลูกยางพารา ทางภาคใต้เป็นอันดับหนึ่ง มีสวนยางคิดป็นประมาณ 10 -11ล้านไร่ รองมาเป็นภาคอีสานมีสวนยางทั้งหมด 2.8 ล้านไร่ ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออก 2 ล้านไร่ และทางภาคเหนือ 5-6 แสนไร่
     
       ผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า “เมื่อมีข้อจำกัดทางพื้นที่ทำให้ไม่สามารถเพิ่มจำนวนสวนยางและผลผลิตได้อีก นั้น ดังนั้นการดำเนินการปรับไปเน้นในเรื่องของการสร้างความแข็งแกร่งทางการขาย และการสร้างรายได้จากการเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยให้คำแนะนำกับเกษตรกรชาวสวนยางต้องมีการรวมกลุ่มกันขาย จากต่างคนต่างขาย ไม่ได้ราคา ทั้งนี้การรวมตัวของเกษตรโดยระบบประมูลให้พ่อค้ามารับซื้อ จะได้ราคามากขึ้น และเพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับพ่อค้าคนกลางที่รับซื้อไปแปรรูปยางพาราแผ่นดิบ ทั้งนี้เป้าหมายระยะยาวการรวมตัวกันในระดับสูงมากขึ้นจะพัฒนาไปจนถึงการขาย ให้กับตลาดต่างประเทศเอง ซึ่งวิธีการเหล่านี้เป็นการเพิ่มมูลค่าสร้างกำไรที่เคยตกเป็นของพ่อค้า”
     
       ท่ามกลางการขยายพื้นที่การปลูกยางพาราในภาคตะวันออก ที่มีจำกัดด้านพื้นที่นั้น ในมุมมองของเกษตรกร สมเดช เขมะสุข ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางจันทบุรี จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์การทำสวนยางของจังหวัดจันทบุรี ปัจจัยทางด้านราคายาง ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เกษตรกรสวนผลไม้หันมาปลูกยางพารามากขึ้น แม้ว่าการปลูกไม่มีพื้นที่ขยายได้ แต่มีวิธีการขยายในสวนผลไม้ โดยปลูกยางพาราแซมไปในสวนเงาะ ซึ่งเหล่านี้มีจำนวนมาก เป็นสวนนอกกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จากช่วง 4 ปีที่ผ่านมาที่มีการขยายครั้งล่าสุด จนถึงปัจจุบันนี้มีพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งจังหวัดประมาณ5 - 6 แสนไร่
     
       “ที่ผ่านมา ทางด้านการตลาดไม่ค่อยวิตก เพราะจากข้อมูลยางพาราตลาดโลกยังคงขาดแคลน โดยปริมาณการซัพพลายผลผลิตยางพาราที่มาจากประเทศต่างๆยังไม่สามารถตอบสนอง ได้นัก ทว่าปัญหาที่พบหลังการเพิ่มผลผลิตคือ ด้านแรงงานรับจ้างกรีดยาง โดยเฉพาะช่วงหลังนั้นเริ่มมีผลกระทบกับแรงงานที่รับจ้างเก็บผลไม้ หันมารับจ้างกรีดยางเพราะมีรายได้มากกว่า อัตราค่าแรงงานคนในพื้นที่ใช้วิธีแบ่งสัดส่วนระหว่างเจ้าของแบบ 50% : 50% ส่วนค่าแรงต่างถิ่นอัตรา 70% : 30% รวมทั้งเมื่อเริ่มขยายพื้นที่การปลูกยางพาราไปแถบภาคอีสานนั้น เริ่มทำให้การขาดแคลนแรงงานที่มาจากอีสานและปัจจุบันเริ่มมาใช้แรงงาน ต่างด้าวแทน”